Iron’s News

ข่าวสารเรื่องเหล็ก

สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย
ข่าวสารวงการเหล็กของ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (New 2559)
Web board ของ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (Old 2558)
ข่าวสารราคาเหล็กจาก ryt9
ข่าวสารราคาโลหะจาก ryt9
– ข่าวสาร China Today จาก ryt9

252 ตอบกลับที่ Iron’s News

  1. Suparat พูดว่า:

    เปิดไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กแผ่นรีดเย็นชุบหรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อน หรือเหล็กแผ่นรีดเย็นชุบหรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อนแล้วทาสี ที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศเวียดนาม | 18 Sep. 58

    เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ประกาศเปิดไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กแผ่นรีดเย็นชุบหรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อน โดยมีอะลูมิเนียมร้อยละ 55 เป็นองค์ประกอบ ที่มีมาตรฐานอุตสาหกรรม ASTM A792 ภายใต้พิกัดอัตราศุลกากร 24 พิกัด ได้แก่ 7210.61.11.011 7210.61.11.012 7210.61.11.013 7210.61.11.014 7210.61.11.021 7210.61.11.022 7210.61.11.023 7210.61.11.024 7210.61.11.031 7210.61.11.032 7210.61.11.033 7210.61.11.034 7210.61.11.090 7210.61.91.031 7210.61.91.032 7210.61.91.033 7210.61.91.034 7210.61.91.090 7225.99.90.090 7212.50.21.000 7212.50.22.000 7212.50.29.000 7226.99.19.090 และ 7226.99.99.090 ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีอัตราการทุ่มตลาดร้อยละ 86.04 ของราคา CIF

    และสินค้าเหล็กแผ่นรีดเย็นที่ผ่านการชุบหรือเคลือบด้วยโลหะเจือของอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อน หรือเคลือบด้วยสังกะสีแบบจุ่มร้อนแล้วนำมาทาสี โดยมีอะลูมิเนียมร้อยละ 55 เป็นองค์ประกอบที่มีมาตรฐานอุตสาหกรรม ASTM A792

    ภายใต้พิกัดอัตราศุลกากร 35 พิกัด ได้แก่ 7210.70.10.012 7210.70.10.013 7210.70.10.014 7210.70.10.015 7210.70.10.022 7210.70.10.023 7210.70.10.024 7210.70.10.025 7210.70.10.032 7210.70.10.033
    7210.70.10.034 7210.70.10.035 7210.70.10.042 7210.70.10.043 7210.70.10.044 7210.70.10.045
    7210.70.10.052 7210.70.10.053 7210.70.10.054 7210.70.10.055 7210.70.10.062 7210.70.10.063
    7210.70.10.064 7210.70.10.065 7210.70.10.090 7210.70.10.030 7210.70.10.040 7210.70.10.050
    7210.70.10.060 7225.99.90.090 7212.40.10.090 7212.40.20.090 7212.40.90.090 7226.99.19.090 และ
    7226.99.99.090 ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีอัตราการทุ่มตลาดร้อยละ 89.58 ของราคา CIF

    แหล่งที่มา : กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

    =========================================

    เปิดไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กหลอดและท่อทำด้วยเหล็กกล้าไร้สนิม ที่มีแหล่งกำเนิดจากเกาหลี จีน ไต้หวัน และเวียดนาม | 18 Sep. 58
    เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ประกาศเปิดไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กหลอดและท่อทำด้วยเหล็กกล้าไร้สนิม ทั้งรีดร้อนและรีดเย็นที่มีภาคตัดขวางเป็นวงกลม และไม่เป็นวงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางรอบนอกไม่เกิน 508 มม. ภายใต้พิกัดอัตราศุลกากร 14 พิกัด ได้แก่ 7305.31.10.000 7306.11.10.000 7306.11.90.000 7306.21.00.000 7306.40.10.010 7306.40.10.020 7306.40.20.010 7306.40.20.020 7306.40.30.010 7306.40.30.020 7306.40.90.010 7306.40.90.020 7306.61.00.021 และ 7306.61.00.022 ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน และสาธารณะรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตามคำขอของบริษัท ไทย-เยอรมัน โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โตโยมิลเลนเนียม จำกัด เนื่องจากการทุ่มตลาดทำให้อุตสาหกรรมภายในประเทศได้รับความเสียหาย รายละเอียดอัตราการทุ่มตลาดดังต่อไปนี้
    – สินค้าที่ถูกนำเข้าจากสาธารณรัฐเกาหลี ทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ 76 ของราคา CIF
    – สินค้าที่ถูกนำเข้าจากรัฐประชาชนจีน ทุ่มตลาดในอัตรร้อละ 131 ของราคา CIF
    – สินค้าที่ถูกนำเข้าจากไต้หวัน ทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ 20 ของราคา CIF
    – สินค้าที่ถูกนำเข้าจากสาธาณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ 472 ของราคา CIF
    แหล่งที่มา : กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

    =========================================

    MILL รุกขยายตลาดเหล็กลวด-เหล็กพิเศษป้อนยานยนต์หนุนรายได้ปี 59 โตกระโดด | 17 Sep. 58

    นายธีรยุทธ เลิศศิรรังสรรค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิลล์คอน สเปเชี่ยล สตีล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.มิลล์คอนสตีล (MILL) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทมีความพร้อมที่จะขยายตลาดเหล็กลวดอย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่ เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ เหล็กลวดคาร์บอนสูง รวมถึงเกรดพิเศษป้อนอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังจากที่บริษัทได้ผ่านการทดสอบระบบการผลิต และพร้อมที่จะขยายตลาดหากลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ จากเดิมที่บริษัทจะขายสินค้าเพื่อเป็นวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็กเส้นข้ออ้อย ,เหล็กรูปพรรณ

    อย่างไรก็ตามในช่วงเริ่มต้น บริษัทจะเริ่มผลิตเหล็กลวดเกรดธรรมดา ที่จะสามารถผลิตได้ทันที จากนั้นก็จะพัฒนาไปผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษป้อนอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยคาดว่าในปีหน้าจะเห็นการผลิตเหล็กลวดได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งคาดว่าจะมีผลต่อภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มมิลล์คอน สตีล ให้มีอัตราการเติบโตของรายได้แบบก้าวกระโดด เพราะการผลิตเหล็กเกรดพิเศษ จะมีมาร์จินที่สูงกว่า

    นายธีรยุทธ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้บริษัทได้เซ็นสัญญา บันทึกความร่วมมือ หรือ MOU กับ บริษัท โกเบ สตีล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษชั้นนำ ของญี่ปุ่น และของโลก เพื่อเดินหน้าธุรกิจเหล็กลวดเกรดพิเศษ ป้อนอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียนด้วย

    สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยมีการผลิตอยู่ที่ 1.88 ล้านคัน ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะสูงถึง 3 ล้านคันในปี 63 และนอกจากความต้องการในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทยแล้ว ก็ยังมีโอกาสขยายตลาดเหล็กลวดเกรดพิเศษ ประเภทนี้ ไปยังประเทศเพื่อนบ้านผู้ผลิตยานยนต์อื่น เช่น อินโดนีเชีย และมาเลเซีย ซึ่งในปัจจุบันต้องนำเข้าเหล็กลวดเกรดพิเศษทั้งหมด เนื่องจากยังไม่มีผู้ผลิต ที่มีศักยภาพเพียงพอโดยการผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษนั้น ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต ซึ่ง MILL นับเป็นผู้ผลิตรายแรกของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ที่มีความพร้อมในการยกขีดความสามารถการผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษดังกล่าว

    แหล่งที่มา : ryt9 อาร์วายทีไนน์

    =========================================

    พาณิชย์ เพิ่มรายชื่อผู้นำเข้าที่ได้ยกเว้นบังคับใช้มาตรการปกป้องเหล็กแผ่นรีดร้อน | 17 Sep. 58

    นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเพิ่มชื่อบริษัท มิตร สตีล จำกัด ในรายชื่อผู้นำเข้าที่ได้รับการยกเว้นการบังคับใช้มาตรการปกป้อง (Safeguard: SG) สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนไม่เจือชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน ซึ่งมีการบังคับใช้มาตรการ SG มาตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2557 สำหรับการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนไม่เจือที่มีหน้ากว้างมากมากกว่า 1,550 มิลลิเมตร เพื่อนำไปใช้ผลิตท่อตะเข็บเกลียว (Spiral Pipe) ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 914 มิลลิเมตร

    ส่วนสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่นๆ ที่มีการบังคับใช้มาตรการ SG มาตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2556 และมีการยกเว้นการเรียกเก็บอากรให้กับผู้นำเข้าเหล็กเกรดพิเศษตามมาตรฐานและรายชื่อที่ปรากฏแนบท้ายประกาศคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้องนั้น คณะกรรมการฯ มีมติให้เพิ่มรายชื่อและมาตรฐานเหล็กเกรดพิเศษแก่ผู้นำเข้า 5 ราย ได้แก่ บริษัท ไอ.ที.ซี. อินเตอร์คัทส์ จำกัด, บริษัท เฟมโตบิท สตีล จำกัด, บริษัท ลีออง จิน สเปเชียล สตีล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ลอแยล คอนแท็คท์ จำกัด และบริษัท เอ็มอาร์พี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

    พร้อมกันนี้ มีมติให้บริษัท ไพพ์ ซัพพอร์ทส์ เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับยกเว้นการเรียกเก็บอากรปกป้องสำหรับการนำเข้าเหล็กเกรดพิเศษ เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เบอร์เก้น ไพพ์ ซัพพอร์ท เอเชีย จำกัด ตามที่บริษัทร้องขอ ทั้งนี้จะได้มีการออกประกาศคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้องและลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

    แหล่งที่มา : ryt9 อาร์วายทีไนน์

    =========================================

    เก็บภาษีทุ่มตลาดเหล็กลวด18-40% ผู้ใช้ร้อง นายกฯตู่ อัตราโหดถึงขั้นต้องปิดโรงงาน | 15 Sep. 58

    4 สมาคมวิ่งร้องพาณิชย์-นายกฯประยุทธ์ ค้านประกาศเอดีขั้นต้น สกัดเหล็กลวดคาร์บอนต่ำนำเข้าจากจีน ต่ำสุด 18.5% เปิดตัว “ทีเอสเอ็น ไวร์” บริษัทลูกทาทาสตีล อินเดีย ร่วมค้าน หวั่นกระทบยอดขายหด 50% เตรียมย้ายฐานลงทุนกลับประเทศ

    รายงานข่าวระบุว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์ให้เปิดไต่สวนเพื่อใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) เหล็กลวดคาร์บอนต่ำจากประเทศจีนตามคำร้องเรียนของบริษัท เอ็น.ที.เอส. สตีลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท เหล็กสยาม (2001) จำกัดนั้น ล่าสุดเตรียมออกประกาศอัตราเอดีขั้นต้น 18.5% และอาจจะสูงสุด 30-40% เป็นระยะเวลา 4 ปี หลังจากออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ เมื่อ

    เอดีออกประกาศจะไม่มีใช้มาตรการเรียกเก็บเซอร์ชาร์จ โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในอัตรา 34% แล้ว เพราะไม่มีหลักเกณฑ์องค์การการค้าโลก (WTO) รองรับ อาจเสี่ยงทำให้ประเทศคู่ค้าฟ้องร้องใน WTO ไทยได้

    นายเบญจพงษ์ โล่ห์ชิตกุล ประธานชมรมเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 58 ชมรมพร้อมด้วยสมาคมโลหะไทย สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ได้รวมตัวกันยื่นร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี และกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อคัดค้านประกาศ AD เหล็กลวดคาร์บอนต่ำจากจีน เนื่องจากเหล็กที่ผลิตได้ภายในยังไม่ได้คุณภาพ จำเป็นต้องนำเข้า AD จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ปรับราคาขายไม่ได้ และอาจทำให้มีการนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปจากจีนและมาเลเซียเข้ามาแข่งขัน ซึ่งโรงงานส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี อาจต้องปิดกิจการ แรงงานนับหมื่นรายต้องตกงาน

    นายโอกิ เทรากาวา ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท ทีเอสเอ็น ไวร์ จำกัด ผู้ผลิตเหล็กเคลือบสังกะสี (GI) ในกลุ่มทาทาสตีล กล่าวว่า เอดีและเซอร์ชาร์จทำให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น และจูงใจให้มีการนำเข้าเหล็กสำเร็จรูป อาจกระทบต่อยอดขายลดลงกว่า 50% หากเกิดความเสียหายจนรับไม่ไหวบริษัทอาจย้ายฐานการผลิตจาก จ.ระยองกลับไปญี่ปุ่น

    นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เอดีเบื้องต้นอยู่ระหว่างเตรียมออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะมีผลเร็ว ๆ นี้

    การพิจารณาใช้ AD, CVD และเซฟการ์ด เป็นตามกฎหมาย มีเป้าหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมกับอุตสาหกรรมไม่ใช่เพื่อปกป้องอุตสาหกรรม ภายในประเทศ และเป็นไปตามระเบียบของ WTO ทั้งนี้ หลังรับเรื่องร้องเรียน จะเปิดไต่สวน โดยออกแบบสอบถามและรับฟังความเห็นจากส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนประกาศเอดีเบื้องต้น และจะเปิดรับฟังความเห็นอีกครั้ง ก่อนสรุปเป็นอัตราเอดีขั้นสุดท้าย

    แหล่งที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

    =========================================

    จีนคาดธุรกิจถลุงเหล็กยังซบเซาในเดือนก.ย. จากปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน | 15 Sep. 58

    ข้อมูลจาก lgmi.com ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลในอุตสาหกรรมเหล็กกล้าของจีนระบุว่า แม้ว่าภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างได้มีการปรับตัวในช่วงสูงสุด แต่บริษัทถลุงเหล็กในจีนจะยังเผชิญกับความยากลำบากในการปรับปรุงการดำเนินธุรกิจในเดือนก.ย. อันเนื่องมาจากกำลังการผลิตส่วนเกินและต้นทุนการผลิตที่สูงมาก

    รายงานของ lgmi.com ระบุว่า เมื่อพิจารณาจากอัตราการใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิต แนวโน้มราคาเหล็กกล้า และการปรับตัวทางธุรกิจของผู้ประกอบการเหล็กกล้า พบว่า กำลังการผลิตเหล็กดิบของจีนยังคงอยู่ในระดับที่สูงเกินไปอย่างมาก ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาเหล็กภายในประเทศปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องและส่งผลให้ผู้ประกอบการเหล็กกล้าเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก

    ทั้งนี้ ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในอุตสาหกรรมเหล็กของจีนปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนในปัจจุบัน ปัจจัยพื้นฐานด้านอุปสงค์-อุปทานในอุตสาหกรรมเหล็กก็ยังไม่ฟื้นตัว

    นายหวัง เกาฉิง นักวิเคราะห์ของ lgmi.com กล่าวว่า อุปสงค์จากอุตสาหกรรมปลายน้ำยังไม่มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นในเดือนก.ย. เนื่องจากปัญหาทางด้านการเงิน นอกจากนี้ การทำธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นในตลาดแร่เหล็ก และการอ่อนค่าของสกุลเงินหยวนในเดือนส.ค.ที่ส่งผลให้ราคาแร่เหล็กปรับตัวขึ้นนั้น ได้เพิ่มแรงกดดันให้กับบริษัทถลุงเหล็ก ซึ่งจากปัจจัยเหล่านี้ ทำให้คาดการณ์ได้ว่าผลการดำเนินงานของบริษัทถลุงเหล็กจะยังคงซบเซาในเดือนก.ย. สำนักข่าวซินหัวรายงาน

    แหล่งที่มา : RYT9 อาร์วายทีไนน์

    =========================================

    พาณิชย์เปิดไต่สวน เอดีสินค้าหลอด-ท่อเหล็กนำเข้า | 09 Sep. 58

    การเปิดไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าหลอดและท่อทำด้วยเหล็กกล้าไม่เป็นสนิม ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

    นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2558 ได้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีมติให้เปิดการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าหลอดและท่อทำด้วยเหล็กกล้าไม่เป็นสนิม ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

    สืบเนื่องจากบริษัท ไทย-เยอรมัน โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โตโยมิลเลนเนียม จำกัด ที่ได้ยื่นขอให้พิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าหลอดและท่อทำด้วยเหล็กกล้าไม่เป็นสนิมที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน ประเทศมาเลเซีย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ภายใต้พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 ซึ่งคณะกรรมการ ทตอ. พิจารณาแล้วเห็นว่าคำขอมีพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าคำขอมีมูลเกี่ยวกับการทุ่มตลาดและความเสียหาย จึงเห็นควรให้เปิดการไต่สวนสินค้าหลอดและท่อทำด้วยเหล็กกล้าไม่เป็นสนิม ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยขั้นตอนต่อไปกรมการค้าต่างประเทศจะออกประกาศเปิดการไต่สวน และดำเนินกระบวนการไต่สวนให้แล้วเสร็จโดยเร็วต่อไป

    แหล่งที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

    =========================================

    ส.โลหะฯ จี้สมอ.ยกเลิกแผนประกาศมาตรฐานเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ | 08 Sep. 58

    นายวิสิทธิ์ กิตติวรรธนกุล อุปนายกสมาคมโลหะไทย เปิดเผยภายหลังการเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ว่า สมาคมได้เข้ามายื่นหนังสือคัดค้านการพิจารณาแก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ ที่เพิ่มการจำกัดปริมาณส่วนประกอบของธาตุเจือ 7 ประเภท คือ โบรอน, ไททาเนียม, โมลิดีนัม, โครเมียม, นิคเกิล, คอปเปอร์ และซิลิกอน หรือห้ามไม่ให้มีธาตุเหล่านี้สูงเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด เนื่องจากไม่มีความเหมาะสม เพราะเป็นการกำหนดมาตรฐานที่ไม่มีเหตุผลทางวิชาการ เป็นการสร้างอุปสรรคให้กับผู้ประกอบการ

    นอกจากนี้ มาตรฐานดังกล่าว ยังขัดต่อมาตรฐานสากล เช่น JIS (Japanese Industrial Standard) มาตรฐานของญี่ปุ่น และ ASTM (American Society for Testing and Material) สมาคมเพื่อการทดสอบและวัสดุแห่งอเมริกา ที่อนุญาตให้เหล็กลวดคาร์บอนต่ำบางชั้นคุณภาพ สามารถเจือธาตุบางประเภทได้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน รวมทั้งยังเป็นการลดประสิทธิภาพ และความสามารถในการนำไปใช้งานของสินค้าเหล็กลวด เช่น การรีดลดขนาด การเชื่อม เป็นต้น และยังเป็นสิทธิของผู้ใช้ที่สามารถเลือกใช้วัตถุดิบใดๆ ตามความเหมาะสมของสินค้าและกระบวนการผลิต ดังนั้น สมาคมจึงขอเรียกร้องให้ สมอ.ได้พิจารณาทบทวนแก้ไขมาตรฐานดังกล่าว

    “สมอ.ไม่ควรจะมาจำกัดกฎเกณฑ์ปลีกย่อยในการเจืออัลลอยด์ในเหล็กลวด เพราะผู้ผลิตแร่ละลายก็มีการเจืออัลลอยด์เพื่อปรับคุณสมบัติเหล็กลวดให้เหมาะกับอุตสาหกรรมเฉพาะอย่าง ซึ่งหากมาตรฐานใหม่นี้มีผลบังคับใช้ ก็จะกระทบต่อผู้ประกอบการที่ใช้วัตถุดิบเหล็กลวดเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังเป็นการบีบให้ผู้ประกอบการต้องใช้เหล็กลวดคาร์บอนต่ำที่ผลิตจากโรงเหล็กภายในประเทศไม่กี่ราย” นายวิสิทธิ์ กล่าว

    สำหรับความคืบหน้าในกรณีการเรียกร้องให้ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีการยกเลิกแผนที่จะประกาศเซอร์ชาร์ตเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ ที่จะจัดเก็บภาษีเพิ่มในอัตรา 35% นั้น ในเรื่องนี้กลุ่มผู้ประกอบการที่ใช้วัตถุดิบเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ ต่างก็ร่วมมือคัดค้านกันอย่างเต็มที่ เพราะเหล็กลวดคาร์บอนต่ำที่ผลิตภายในประเทศ ยังมีมาตรฐานต่ำกว่าเหล็กลวดคาร์บอนต่ำที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งหากบีบให้ผู้ประกอบการหันมาใช้เหล็กลวดคาร์บอนต่ำภายในประเทศ หากเกิดความผิดพลาดขึ้น โดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมยานยนต์, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโดยรวมทั้งประเทศได้

    ทั้งนี้ ล่าสุดบีโอไอก็ได้นำเรื่องนี้กลับไปทบทวนในการกำหนดให้อุตสาหกรรมผลิตนอต สกรู และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะได้รับการยกเว้นไม่เก็บภาษีเซอร์ชาร์จ ซึ่งในเรื่องนี้กลุ่มผู้ประกอบการจะติดตามความเคลื่อนไหวต่อไป
    แหล่งที่มา : RYT9 อาร์วายทีไนน์

    =========================================

    อรรชกา บี้ กว.9 สรุปชี้ชะตาเหล็ก เตาอินดักชั่น 21 ก.ย.นี้ | 27 Aug. 58

    นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ภายหลังการประชุม กมอ.เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2558 ว่า กมอ. มีคำสั่งให้คณะกรรมการวิชาการคณะที่ 9 (กว.9) นำข้อมูลเรื่องของเตาอินดักชั่นไปศึกษาให้ละเอียด เนื่องจากยังขาดความเห็นและข้อมูลจาก 2 บริษัทฝั่งผู้ผลิตเหล็กเตาอินดักชั่น ขณะเดียวกันการประชุมครั้งนี้ได้ให้ทางสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เชิญตัวแทนจากผู้ผลิตเหล็กเตาอินดักชั่นมาร่วมให้ข้อมูลด้วย แต่ทางบริษัทไม่ได้ส่งผู้แทนมาเข้าร่วมประชุม เมื่อไม่ครบองค์ประชุม กมอ.จึงไม่สามารถตัดสินอะไรได้ เนื่องจากต้องฟังข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องก่อน

    “ปัญหาคือกลุ่มผู้ผลิตเหล็กจากเตาอินดักชั่นไม่มาเข้าประชุมจึงไม่มีรายงานมาเสนอต่อ กมอ.ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทาง สมอ.ส่งหนังสือเชิญโดยไม่จัดส่งเป็นหนังสือลงทะเบียน จึงไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่า ผู้ประกอบการผลิตเหล็กจากเตาอินดักชั่น จะได้รับหนังสือเชิญหรือไม่ ซึ่ง สมอ.ก็ไม่ได้ตรวจสอบการเชิญครั้งนี้ด้วย จึงไม่อาจสรุปเพื่อตัดสินให้ผ่านหรือไม่ผ่าน”

    ทั้งนี้ ข้อมูลที่มาจาก กว.9 จะต้องมาครบรอบด้านอ้างอิงได้จากสถาบันเหล็ก นักวิชาการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้แทนจากผู้ผลิตเหล็กเตาอิเล็กทริกอาร์กและผู้แทนจากผู้ผลิตเหล็กเตาอินดักชั่น ดังนั้นในการประชุมครั้งต่อไปคือวันที่ 21 ก.ย. 2558 จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะข้อยุติเรื่องขั้นตอนการผลิต ส่วนอำนาจของปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะประธาน กมอ.ในช่วงการเปลี่ยนย้ายตำแหน่งจะไม่มีผลต่อการตัดสินเรื่องนี้ให้ยืดเยื้อออกไปแน่นอน

    “เบื้องต้นแนวทางในที่ประชุมจากที่เสนอมานั้นอาทิ อาจมีการแบ่งมาตรฐานการผลิตออกเป็น 2 ประเภท คือ มาตรฐานการผลิตเหล็กเส้นที่ใช้บังคับกับเตาอิเล็กทริกอาร์ก และมาตรฐานที่ใช้กับเตาอินดักชั่น”

    นายหทัย อู่ไทย เลขาธิการ สมอ.กล่าวว่า การที่ กมอ. ยังไม่ตัดสินเรื่องเตาอินดักชั่น เพราะหากมีการพิจารณาไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง อีกฝ่ายที่เสียผลประโยชน์อาจฟ้องร้องได้ และอาจจะอ้างได้ว่ายังไม่ได้เสนอข้อมูลในส่วนของตน แต่ปัญหาเรื่องเตาอินดักชั่นและสารอัลลอยที่จะเจือเข้าไปในบิลเลต จะต้องจบก่อนจะหมดปีงบประมาณนี้ (30 ก.ย. 2558) เพื่อจะได้ประกาศมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ซึ่งเป็นเหล็กเส้นกลม มอก.20-2543 และเหล็กข้ออ้อย มอก.24-2548 รวมถึงสารเจือปน 5 ชนิดที่กำหนดในเหล็กนำเข้า

    “มีหลายคนที่ตั้งข้อสงสัยว่าปัญหาเรื่องวัตถุดิบที่ห่วงว่าจะเอาเศษเหล็กมาหลอมเป็นบิลเลตแล้วส่งให้โรงงานขึ้นรูปเป็นเหล็กเส้นนั้นจะควบคุมมันได้อย่างไร ซึ่งเรามั่นใจว่ามาตรการที่ สมอ.มีนั้นคือการพยายามทำให้อุตสาหกรรมเหล็กมั่นคงและแข็งแรง มีกระบวนการผลิตถูกทุกขั้นตอน และผู้ผลิตทั้ง 2 เตาจะต้องได้รับความเป็นธรรมภายใต้การควบคุมที่เรามี ซึ่งผู้ผลิตต้องทำตามกฎระเบียบ สมอ.ด้วย แต่ต้องยอมรับว่าแม้จะมีการควบคุมเข้มเพียงใด หากโรงงานตั้งใจจะไม่ปฏิบัติตามกฎ ยังไงเขาก็มีโอกาสในการที่จะพยายามทุจริตอยู่ดี ไม่ขั้นตอนใดก็ขั้นตอนหนึ่ง” นายหทัยกล่าว

    ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งต่อไปคือวันที่ 21 ก.ย. 2558 คาดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อตัดสินผลการศึกษาเรื่องเตาอินดักชั่นว่าจะให้ผ่านหรือไม่ผ่าน ระหว่างนี้จึงต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมด นอกจากเรื่องเตาที่ใช้ผลิตเหล็กแล้วยังมีปัญหาเรื่องการประกาศธาตุที่เจือในเหล็กทั้ง 5 ชนิดเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้ สมอ.เคยจะประกาศใช้กำหนดในเหล็กนำเข้า แต่มีผู้ประกอบการบางรายคัดค้านว่าธาตุที่ห้ามอาจเป็นธาตุคุณสมบัติดี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพิจารณามาตรฐานนี้ไปด้วย

    ขณะที่ ดร.เอนก ศิริพานิชกร ประธานคณะกรรมการวิชาการคณะที่ 9 (กว.9) กล่าวว่า ในที่ประชุม กว.9 ได้เสนอผลการศึกษาเชิงวิชาการให้ กมอ.รับทราบถึง1.ให้คงตัวประกาศมาตรฐานเหล็กเส้นเดิม คือ เหล็กเส้นกลม มอก.20-2558 และเหล็กข้ออ้อย มอก.24-2558 ไว้เช่นเดิม โดยต้องควบคุมให้มีความสม่ำเสมอของคุณภาพเหล็กอย่างเข้มงวด และเร่งให้มีการประกาศใหม่เรื่องสารเคมีที่เจือปนป้องกันเหล็กนำเข้าจากจีน 2.ให้กำหนดมาตรฐานเหล็กเส้นจากเตาอินดักชั่นขึ้นมาเพื่อทำการประกาศเป็นมาตรฐานใหม่ แต่ต้องไม่ด้อยไปกว่าเดิม อาทิ กำหนดตัววัตถุดิบ ปริมาณสารอัลลอย และขั้นตอนการผลิต

    สำหรับการทบทวนสัดส่วนของ กว.9 ตามที่อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องการให้มีนักวิชาการเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาพิจารณาและฟังความคิดเห็นมากกว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ซึ่ง กว.9 ยังคงคิดว่าสัดส่วนที่มีคือ จำนวนนักวิชาการ 3-4 ท่าน ผู้ผลิตและผู้ใช้อีก 3-4 ท่าน ตามโครงสร้างดังกล่าวนับว่าสมดุลและเหมาะสมดีแล้ว
    แหล่งที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

    =========================================

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s